รู้จักกับ M’s BRIDGE™ เป็นนวัตกรรมการบำรุงรักษาลิฟต์แบบล้ำยุค ที่นำเอาเทคโนโลยีปัจจุบันด้านข้อมูลและการสื่อสารผสมผสานความล้ำสมัยแห่งการทำงาน และประมวลผลเพื่อให้เกิดบริการแห่งอนาคตโดยแนวคิดการเชื่อมโยงระหว่าง M-HUMAN = คน , M-MACHINE = เครื่องจักรกล , M-MAINTENANCE = การบริการ , M-MITSUBISHI = มิตซูบิชิ
หากมองที่บริการการบำรุงรักษาลิฟต์ในปัจจุบันซึ่งดำเนินการโดยช่างบริการที่ได้รับความรู้และฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี ในทางปฏิบัติการตรวจสอบและปรับตั้งอุปกรณ์โดยพนักงานจะกระทำความถี่ตามความพร้อมในตารางทำงานของแต่ละไซต์ ผ่านทางการเข้าตรวจเช็กอุปกรณ์และตรวจสอบเดือนละ 1 ครั้ง 12 ครั้งในรอบ 1 ปีเท่านั้น (ประมาณ 12 ชม./ปี) เพื่อตรวจสอบและค้นหาโอกาสที่จะเกิดปัญหาในการใช้งาน (Preventive Maintenance)
เชื่อมโยงเข้าด้วยกันเป็น M’s BRIDGE™
M’s BRIDGE™ จะทำการเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และส่งข้อมูลเพื่อประมวลผล ตลอด 24 ชั่วโมง / 7 วัน / 365 วัน
จากการทำการบำรุงรักษาแบบเดิม Preventive (เชิงป้องกัน) M’s BRIDGE™ เป็นความล้ำสมัยแบบ Predictive (เชิงคาดการณ์ปัญหาเพื่อแก้ไขก่อนล่วงหน้า) หากเทียบการดูแลบำรุงรักษาลิฟต์โดยระบบ M’s BRIDGE™ จะดำเนินการ ทุกวินาที เมื่อมีการออนไลน์
ระบบจะคอยสอดส่องดูแลตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันในสัปดาห์ และ 365 วันตลอดปี เพื่อสังเกตความผิดปกติ ระบบ M’s BRIDGE™ จะมีการเพิ่มความสามารถในอนาคต โดยการส่งข้อมูลเพื่อนำไปประมวลผลด้วยระบบ AI (ปัญญาประดิษฐ์) ที่มีความฉลาดซับซ้อน สามารถทำนาย โอกาสที่อุปกรณ์จะทำงานบกพร่องล่วงหน้าด้วยความแม่นยำ
โดยการทำงานของระบบ M’s BRIDGE™ จะมีการติดตั้งอุปกรณ์โดยการเชื่อมโยงสัญญาณการตรวจสอบการทำงานของลิฟต์และสัญญาณความผิดปกติที่เกิดขึ้นของลิฟต์ส่งผ่านตู้แผงควบคุมระบบ M’s BRIDGE™ ข้อมูลจะถูกนำส่งผ่านสัญญาณเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ไร้สายไปยังศูนย์ประมวลผลข้อมูลกลางที่ประเทศญี่ปุ่น การส่งข้อมูลจากการทำงานของลิฟต์จำนวนมากจากทั่วโลกทำให้เกิดการประมวลผล Big Data ผ่านระบบ AI (ปัญญาประดิษฐ์) ที่แสนชาญฉลาดของ MITSUBISHI จึงทำให้เกิด นวัตกรรมด้านการบำรุงรักษาที่ล้ำยุค

สัญญาณข้อมูลจะถูกนำไปประเมินการทำงานผ่าน M’s BRIDGE™ ที่ออกแบบมาใช้ในการบันทึกการทำงานและค้นหาโอกาสที่จะเกิดการหยุดการทำงานและความไม่ปลอดภัยในการใช้งาน จากสาเหตุของอุปกรณ์ที่ทำงานผิดพลาด (สัญญาณผิดปกติ) เนื่องจากลิฟต์เป็นอุปกรณ์ที่ต้องมีความปลอดภัยสูงสุด ดังนั้นการตรวจสอบการทำงานจึงต้องอาศัยเซ็นเซอร์ส่งสัญญาณที่มีจำนวนมากในการส่งสัญญาณไปประมวลผลที่ตู้ควบคุมบนห้องเครื่อง การตรวจสอบเพื่อค้นหาความผิดปกติโดยคนจึงมีความลำบากมากกว่า